โลกเสมือนจริง Metaverse คือดาบ 2 คมหรือไม่

โลกเสมือนจริง Metaverse คือดาบ 2 คมหรือไม่

เทคโนโลยีบล็อคเชนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เมื่อเร็วๆ นี้ได้เร่งกระแสของสังคมดิจิตอลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูกรวมเข้าด้วยกันโดยใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน เป็นจิ๊กซอล์ ต่อเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดสังคมแบบใหม่บนโลก เนื่องจากผู้คนใช้เวลาร่วมกันน้อยลงในการพบปะพูดคุยแบบเห็นหน้ากัน และที่ผ่านมาเพิ่มเวลาการอยู่บ้านออนไลน์มากกว่าก่อน จึงสมเหตุสมผลที่สถานที่แห่งใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันนั้น โลกใหม่ในไซเบอร์สเปซ Metaverse คือก้าวข้ามพรมแดน สังคม เกมส์ ธุรกิจ ประเทศ และอารยธรรม

Metaverse คืออะไร

Metaverse เป็นคำที่ใช้ในนวนิยายเรื่อง Snow Crash ของนีล สตีเฟนสันในปี 1992 และมาจากคำนำหน้า “Meta” ซึ่งหมายถึง “เหนือกว่า, พ้น, เกินขอบเขต” กับคำว่า Universe ที่แปลว่า “จักรวาล” หมายถึงโลกที่พ้นขอบเขตไปแล้ว หรือ จักรวาลที่พ้นขอบเขตที่เรารู้จัก ในปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงได้คล้ายกันนั้นมีอยู่แล้ว เช่น คุณสามารถสำรวจโลกอื่นผ่านความเป็นจริงเสมือนผ่าน VR ผสานโลกความเป็นจริงผ่าน AR เช่นใน PokemonGo หรือบังคับตัวละครผ่านวิดีโอเกม เช่น Nintendo อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้นอกจากการเล่นกับเพื่อนและสังคมออนไลน์แล้ว โลกดิจิทัลนี้ยังไม่ได้เปิดให้ผู้คนเข้ามาหากันจริงๆ

Metaverse ทำอะไรได้บ้าง

Metaverse จะก้าวข้ามพรมแดน สังคม ธุรกิจ ประเทศ และอารยธรรม สามารถใช้ได้กับทุกสิ่ง เช่น สำรวจโลกใหม่ เล่นเกม รับคำแนะนำจากแพทย์หรือทนายความ (ซึ่งจะอยู่ใน Metaverse เป็นรูปแบบ อวาตาร์) หรือเข้าร่วมการประชุมทางธุรกิจหรือการประชุมเป็นตัวคุณเอง แทนที่จะใช้แฮงเอาท์วิดีโอ คุณจะเดินเข้าไปในห้องดิจิทัลเป็นอวาตาร์ นั่งลง ฟัง มีส่วนร่วม หรือนำเสนอต่ออวาตาร์คนอื่นๆ ในห้อง

Metaverse หมายถึงอะไร

Matthew Ball  ให้เหตุผลว่ามีคุณสมบัติหลายประการที่ทำให้เกิดเป็น Metaverse ได้

ต่อเนื่อง

ไม่เคยหยุดหรือสิ้นสุดเพียงแค่ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

เปิด

ทุกคนสามารถเข้าถึงและเข้าร่วมได้

เศรษฐกิจ

ต้องมีสกุลเงินและการค้า

ความเป็นคู่

อยู่เหนือทั้งโลกดิจิทัลและโลกทางกายภาพ

การทำงานร่วมกัน

ทรัพย์สินในรูปของเงิน, โทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้ (NFT) หรือสามารถย้ายและใช้งานได้ทั่วทั้ง Metaverse และในเกมต่างๆ เช่น Fortnite Roblox ไปจนถึง Meta ของ Facebook เป็นต้น

การสนับสนุน

ผู้เข้าร่วมและครีเอเตอร์สามารถสร้าง ขยาย และพัฒนา Metaverse ได้

Horizon Workrooms ของ Facebook Metaverse

การประชุมทางธุรกิจที่จัดขึ้นใน ​​Horizon Workrooms ของ Facebook Metaverse (ที่มา: ข่าวเฟสบุ๊ค)

Metaverse มีอะไรบ้างเป็นโครงสร้าง

เมื่อ Metaverse พัฒนาขึ้น มันจะวิวัฒนาการและมีความแตกต่างกัน เห็นได้ชัดว่าแพลตฟอร์มต่างๆในปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู Metaverse นั้น จะถูกสร้างขึ้นจากหลายๆ อย่างบนโลกปัจจุบัน เช่น โลกของเกม โลกของโซเชียลมีเดีย โลกแห่งอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล ฯลฯ แต่ถ้ามี Metaverse เกิดขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด จะต้องมีการเชื่อมโยงในทางใดทางหนึ่ง ตามที่กล่าวไว้ มีองค์ประกอบบางอย่างที่อาจจำเป็นสำหรับ Metaverse ทั้งโลกให้เกิดเชื่อมต่อได้

Blockchain บน Metaverse

Metaverse ในฐานะสิ่งที่จะมามีอำนาจกว่าแบบเก่าของผู้คน สังคม และชีวิตส่วนตัว จะต้องสร้างขึ้นจากการกระจายอำนาจ(Decentralized) เป็นสถานที่ที่เราสามารถพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวหรือทำธุรกรรม เช่น การให้คำปรึกษาและการจ่ายเงินให้กับทนายความ จะต้องมีการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงด้วย สุดท้าย ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จะต้องรองรับการเติบโต โดยทั้งหมดนี้นำไปสู่เทคโนโลยีบล็อคเชน ซึ่งมอบระบบการทำงานเบื้องหลังที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการรักษาความปลอดภัย การกระจายอำนาจ และความสามารถในการขยายความต้องการต่างๆ สิ่งนี้สามารถทำงานบนบล็อคเชนที่รองรับ DApps เช่น Ethereum เป็นต้น แต่ด้วยความสามารถในการปรับขนาดที่ดีขึ้นเพื่อปรับปรุงความเร็วและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(PoW) ทุกสิ่งที่คาดไว้ จะเป็นรูปเป็นร่างด้วย Ethereum 2.0 นั้นเอง

NFT บน Metaverse

โทเค็นที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้(NFT) ทำให้ผู้คนสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ นี่จะเป็นกุญแจสำคัญใน Metaverse เนื่องจากแต่ละคนสามารถเป็นเจ้าของอวาตาร์หรือตัวละครของตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาสามารถเปิดและเป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนบุคคลได้

  • ห้องฝึกของแพทย์และห้องรอสำหรับผู้ป่วย 
  • บ้านสำหรับปาร์ตี้กับเพื่อนๆ
  • สินค้าออนไลน์ 
  • ร้านอาหาร 
  • เกมส์
  • คาสิโน

ความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งนี้สามารถสร้างเศรษฐกิจทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่แค่ในอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการค้า ความบันเทิง และการศึกษาอีกด้วย อวตารสามารถเยี่ยมชมหอศิลป์และซื้องานศิลปะ NFT ลดราคาที่นั่น ผู้พักร้อนสามารถเยี่ยมชมเวกัสของ Metaverse และใช้จ่ายหรือรับรางวัลเป็น คริปโตเคอเรนซี่ บน Metaverse หรือบุคคลทั่วไปสามารถเยี่ยมชมและพักในโรงแรมได้ ทั้งหมดนี้เป็นไปได้และทั้งหมดสามารถสร้างรายได้ ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างงานได้อีกด้วย

การเข้ารหัสลับ(Cryptographic) บน Metaverse

กิจกรรมต่างๆ บน Metaverse จะต้องใช้การเข้ารหัสลับ(Cryptographic) ซึ่งหมายถึงต้องมีการเข้ารหัสลับบน Metaverse และยังมีแนวโน้มว่าแต่ละโลกภายใน Metaverse นั้น จะมีคริปโตเคอเรนซี่หรือสกุลเงินเป็นของตัวเอง แต่นั้นต้องสามารถใช้ได้ทั่วทั้ง Metaverse หรือแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่นๆ ภายในหรือสามารถนำออกมาโลกภายนอกได้อีกด้วย

การจะทำได้ทั้งหมดนั้นต้องมีการสนับสนุนจากเทคโนโลยีของ Blockchain ในการใช้ความสามารถการทำธุรกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ ผ่านการทำงานเบื้องหลังด้วยระบบ DeFi

 

เรามีวิธีใช้ Metaverse แบบไหน

วิธีการใช้ Metaverse จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและแนวทางความต้องการ แต่บางประเภทบางอย่างก็เริ่มเกิดขึ้นให้เห็นแล้วในปัจจุบัน

Facebook Metaverse และ Horizon Workrooms

Facebook กำลังเข้าสู่ Metaverse โดยเริ่มจากพื้นที่สำนักงานเสมือนที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาได้ โดยใช้ชุดหูฟัง Oculus Quest2 และระบบตรวจจับความรู้สึก เครื่องมือเหล่านี้มีเซ็นเซอร์ที่จะสะท้อนการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ในห้องทำงานเสมือนจริง ผู้ใช้สามารถเดินไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นเพื่อนำเสนอ หรือหันหลังให้กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นจากอวาตาร์ของพวกเขาในห้องทำงานเสมือนจริง

การแสดง

นักดนตรีกำลังสำรวจแง่มุมนี้ของ Metaverse แล้ว ด้วยคอนเสิร์ตที่ว่างเปล่าในช่วง Covid-19 Travis Scott  ได้ใช้แนวทางใหม่และจัดคอนเสิร์ตทั้งหมดในเกมออนไลน์ “Fortnite” ที่นี่ เขาสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นยักษ์ ไซบอร์ก และนักประดาน้ำใต้ทะเลลึก ในขณะที่เชิญชวนแฟนๆ ให้เข้าร่วมกับเขาในทะเลและว่ายรอบเท้ายักษ์ของเขา ความเป็นไปได้นั้นไร้ขีดจำกัด และหากจับคู่กับลำโพงที่ดีและชุดหูฟังที่ดี ความใกล้ชิดและการดื่มด่ำอาจเหนือกว่าคอนเสิร์ตจริง อย่าลืมว่าในฐานะ Metaverse เพื่อนของคุณสามารถอยู่เคียงข้างคุณเพื่อเพลิดเพลินกับการแสดงได้

กิจกรรมทางสังคม

ใน Metaverse เพื่อนๆ จะสามารถออกไปเที่ยว ดูหนัง หรือเยี่ยมชมสถานประกอบการ เช่น ร้านอาหาร คาสิโน หรือคลับ อย่างไรก็ตามในขณะที่กิจกรรมสำคัญจะเริ่มต้นที่จะใช้สถานที่ออนไลน์ด้วย เช่น งานแต่งงาน นี่คือสิ่งที่ถูกผลักดันโดยข้อจำกัดของการระบาดใหญ่ Covid และหากเกิดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการประหยัดทางการเงิน ความสะดวกในการจัดระเบียบ และการขาดข้อจำกัดทางความเป็นจริงที่เกี่ยวกับจำนวนแขกหรือสถานที่ อาจกลายเป็นเรื่องที่จะเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญในชีวิตใน Metaverse จริงๆก็ได้

การทหาร และการรักษาความปลอดภัย

นี่เป็นอีกแง่มุมหนึ่งของ Metaverse ที่อยู่ระหว่างการสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ VR เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะ  กับสถานการณ์การฝึก อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ Metaverse ยังสามารถนำมาใช้สำหรับการประชุมด้านความปลอดภัยทางไกล เนื่องจากอาณาเขตนั้นอันตรายเกินไป หรือบุคคลที่ต้องเจอนั้นไม่น่าเชื่อถือพอที่จะพบปะด้วยตนเอง

ผ่านคำแนะนำ

สำหรับผู้ที่ป่วยหรืออ่อนแอเกินกว่าจะออกจากบ้าน Metaverse อาจกลายเป็นสถานที่พบแพทย์และแสดงอาการเจ็บป่วยทางร่างกายโดยไม่ต้องอยู่ทางโลกจริง บางทีสักวันหนึ่ง ชุดเต็มตัวที่แพทย์สามารถตรวจร่างกายตามปกติบน Metaverse ได้อาจถูกนำมาใช้ สถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันอาจนำไปใช้กับที่ปรึกษากฎหมายหรือคดีในศาล ซึ่งพยาน เหยื่อ หรือผู้ต้องสงสัยมีความเสี่ยงหรืออันตรายเกินกว่าจะออกไปข้างนอกได้

Microsoft Mesh

Microsoft Mesh ที่จะเปลี่ยนการประชุมที่ให้ทุกคนไปอยู่ในโลกเสมือน ที่มีเหมือนห้องประชุมจริงๆ

สิ่งที่เป็นอันตรายในการสร้าง Metaverse

มีข้อกังวลมากมายเกี่ยวกับการสร้าง Metaverse เราไม่ต้องคิดไปไกลมากหรอก ขอยกตัวอย่างหนัง “The Matrix” อาจเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราสงสัยว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ในความเป็นจริงหรือว่าเราอาศัยอยู่ในโลกเสมือนจริงโดยที่ไม่รู้ตัว มีการสำรวจสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน — และมักจะมีผลเชิงลบ เช่น ในซีรีส์ “Black Mirror” แน่นอนว่าเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น เราอาจสูญเสียตัวตนไป โดยไม่สามารถแยกแยะว่าอะไรจริง อะไรคือเรื่องสมมุติ อย่างไรก็ตาม ระดับของเทคโนโลยีที่เกิดอย่างสมบูรณ์และความสามารถในการทำงานร่วมกันยังคงอีกไกล หมายความว่าเรายังไม่สามารถข้ามไปยังอีกโลกหนึ่งได้อย่างเต็มที่ สำหรับตอนนี้ Metaverse เป็นได้แค่เรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้นในการสำรวและทดสอบอีกหลายอย่าง

การวางเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เป็นจริงกับสิ่งที่อยู่ใน Metaverse ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายสินทรัพย์ดิจิตอล ด้วยเครื่องมือต่างๆที่มีอยู่จะเกิดอะไรขึ้นหากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินหรือการเมือง 
  • มีการเข้าควบคุม Metaverse และชีวิตของเราในภายหลัง

นี่อาจเป็นข้อถกเถียงในความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิตอลบน Metaverse วิธีการแก้ปัญหานี้ยังคงเป็นปริศนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณพิจารณาว่าผู้ที่ใช้เทคโนโลยีในช่วงแรกๆ และผู้ขับเคลื่อนเทคโนโลยีส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Facebook ซึ่งได้รับความไว้วางใจที่น้อยมากจากกลุ่มคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และเผชิญกับการโต้เถียงเกี่ยวกับปัญหาความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตามในด้าน การกระจายอำนาจบนเทคโนโลยีบล็อคเชน อาจทำให้เกิดปัญหากับการรักษาอำนาจจากระบบส่วนกลาง โดยผู้มีส่วนได้และส่วนเสียอำนาจจาก Metaverse

สรุปอีกนิดกับ Metaverse

Metaverse เปิดโลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นในการนำผู้คนมาใกล้ชิดกันมากขึ้นในโลกเสมือนจริง อาจเป็นประตูสู่การให้ความช่วยเหลือและมอบโอกาสแก่ผู้ที่อยู่ในสถานะที่ขาดโอกาสการเข้าถึงในปัจจุบันมากขึ้น  หรือเกิดการจ้างงานใหม่ๆ ให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าทำงานแบบทั่วไปได้ เนื่องจากพวกเขาอาศัยอยู่ในที่พัก ทุพพลภาพ การเดินทางยากลำบาก นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้คนมีอิสระมากขึ้นที่จะไปทุกที่ที่ต้องการและสร้างสิ่งที่พวกเขาต้องการเห็นหรืออยากทำ

เทคโนโลยียังคงพัฒนาตลอดเวลา และอนาคตจะไปที่ใดยังคงเป็นปริศนา แต่วงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงกำลังหมุนไป และที่น่าตื่นเต้นจะได้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในทางกลับกันเพื่อป้องกันสถานการณ์ dystopian เหมือน “Black Mirror” Metaverse จะต้องรักษาความปลอดภัยและกระจายอำนาจ จึงเป็นการร่วมมือที่สมบูรณ์แบบระหว่างเทคโนโลยีบล็อคเชน คริปโต และ Metaverse นั้นเองครับ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก phemex.com

ขอบคุณภาพตกแต่งจาก freepik.com

cryptoyieldfarm มือใหม่ฟาร์มเหรียญ

หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนไหนอยากสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Yield farming มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน หรือบทความที่ลงมีข้อมูลผิดไม่ถูกต้อง อยากให้แก้ไขส่วนใด สามารถเข้ามาพูดคุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Group มือใหม่ฟาร์มเหรียญ กันครับ

🔥 ขอชี้แจงว่า!!! ทุกบทความที่เว็บไซต์ทำขึ้นนั้นไม่ใช่การชี้นำการลงทุนและชักจูง ทางเว็บไซต์ทำมาเพื่อเรียนรู้วิธีการ มุมมองของผู้เขียนเอง อาจมีข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อนๆจึงควรหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายๆแหล่ง แต่จะพยายามทำออกมาให้ได้ความรู้ ความปลอดภัยมากที่สุด ท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามกันนะครับ