Ethereum เหรียญอันดับ 2 เป็นคอมพิวเตอร์ของโลกได้จริงหรือ

Ethereum คริปโตเคอเรนซี่อันดับ 2 เป็นคอมพิวเตอร์ของโลกได้จริงหรือ

ในวงการคริปโตเราต้องรู้จัก Ethereum อย่างแน่นอน เพราะมีกระแสการอัพเกรด 2.0 ให้พูดถึงกันตลอด ไม่แพ้สกุลเงินเบอร์หนึ่งอย่าง Bitcoin แต่เชื่อว่าคงยังมีคนสงสัยว่า Ethereum มีความพิเศษและแตกต่างจากคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency)สกุลอื่นอย่างไร 

หาก Bitcoin จะเป็นสกุลเงินของโลกนั้น Ethereum คือคอมพิวเตอร์ของโลกสามารถทำให้ทุกอย่างไม่เกิดการรวมศูนย์(decentralize) ได้นั้นเอง

Ethereum คืออะไร ถึงสามารถครองอันดับ 2 ได้อย่างยาวนาน

Ethereum คือชื่อของเครือข่ายระบบปฎิบัติการ(Platform) อย่างหนึ่งที่ทำงานอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2015 โดยผู้สร้างชาวรัสเซีย – แคนาดานามว่า Vitalik Buterin โดยเขาเชื่อว่า Bitcoin สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่และเปิดกว้างได้มากกว่าการเป็นเพียงสกุลเงิน แต่ในตอนนั้นกลับไม่มีใครที่สนับสนุนแนวความคิดของเขาเลย เขาจึงตัดสินใจสร้างโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่า Ethereum ขึ้นมา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ในปัจจุบัน “Ethereum หรือ Ether (ETH) กลายเป็นเหรียญอันดับที่ 2 รองจาก Bitcoin (BTC)

เพราะ Ethereum เป็น Open Source Platform นั่นหมายความว่า ผู้สร้างนั้นได้เปิดเผย Source Code ของตนเพื่อให้ผู้อื่นสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ ที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเขียนข้อมูล สร้างแอพ หรือแม้แต่เงินคริปโตขึ้นมาบนแพลตฟอร์มนี้ได้เลย เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปนำโค้ดของระบบไปพัฒนาต่อได้  ถ้านึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงแพลตฟอร์มของ Windows หรือ Mac ที่คุณสามารถสร้างแอพขึ้นมาแล้วให้ทำงานบนระบบของแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่ง Ethereum คือแพลตฟอร์มเหล่านั้น ที่ที่คุณสามารถสร้างแอพต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อรันระบบบนแพลตฟอร์มนั้นนั่นเอง

ทำให้ Ethereum ไม่ถูกจำกัดแค่เรื่องธุรกรรมทางการเงินในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ (Cryptocurrency) เท่านั้น แต่สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นๆ ในวงกว้างได้อีกมากมาย

และแอพที่เขียนไว้บนเครือข่ายนี้จะถูกเรียกว่าเป็น Decentralized Application หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Dapps” ซึ่งจะรันการทำงานด้วยระบบ blockchain ไม่เก็บข้อมูลหรือรันแอพผ่านบริษัทหรือเซิร์ฟเวอร์เดียว แต่เป็นคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในระบบ blockchain ของ Ethereum นั่นหมายความว่าหากยังมีคอมพิวเตอร์ในระบบที่ว่าก็สามารถรันแอพได้ตลอดเวลา

จุดเด่นของ Ethereum ด้วยสัญญาอัจฉริยะ

จุดเด่นของ Ethereum ด้วยสัญญาอัจฉริยะ

ข้อมูลภาพจาก Bitkub

Ethereum ได้บุกเบิกแนวคิดของแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะบน(Smart Contract) Blockchain สัญญาอัจฉริยะคือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ดำเนินการทำธุรกรรมโดยอัตโนมัติ เพื่อทำธุรกรรมข้อตกลงต่างๆ ได้หลายฝ่ายบนอินเทอร์เน็ต Ethereum ออกแบบมาเพื่อตัดตัวกลางที่เชื่อถือได้ออก ซึ่งช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมในขณะที่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือของการทำธุรกรรมอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น การใช้สัญญาอัจฉริยะในธุรกิจกู้ยืมเงิน กรณีที่ผู้ให้กู้และผู้กู้ได้ตกลงและทำสัญญาอย่างชัดเจนว่าจะมีการจ่ายเงินกู้ 1,00้0 บาท ทุกวันที่ 1 ของเดือน มิเช่นนั้นจะมีการยึดสินทรัพย์ค้ำประกัน สัญญานี้จะถูกบันทึกบน Blockchain และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ในภายหลังเหมือนสัญญาที่เขียนด้วยกระดาษทั่วไป ในกรณีที่ผู้กู้ไม่ได้ผ่อนจ่ายเงินกู้ภายในวันที่ 1 ของเดือน ระบบ Smart Contract จะทำการหักสินทรัพย์ค้ำประกันโดยอัตโนมัติทันทีตามสัญญา โดยไม่สามารถต่อรองได้ จนกว่าผู้กู้จะจ่ายค่าเงินกู้อีกครั้ง ทำให้ได้รับความเป็นธรรมทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ โดยไม่มีใครสามารถเอาเปรียบกันได้

Team & Partner ของ Ethereum มีใครบ้าง

Team & Partner ของ Ethereum มีใครบ้าง

Ethereum มีผู้ร่วมก่อตั้งทั้งหมดแปดคน โดยพวกเขาพบกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2014 ที่เมือง Zug ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

Vitalik Buterin ชาวรัสเซีย – แคนาดา ชาวคริปโตคงรู้จักเค้ากันดี เขาเขียนเอกสารไวท์เปเปอร์ต้นฉบับซึ่งอธิบาย Ethereum ครั้งแรกในปี 2013 และยังคงทำงานเพื่อปรับปรุงแพลตฟอร์มมาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนหน้า ETH Buterin ได้ร่วมก่อตั้งและเขียนบทความให้กับเว็บไซต์ข่าว Bitcoin Magazine

โปรแกรมเมอร์ชาวอังกฤษ Gavin Wood อาจเป็นผู้ร่วมก่อตั้งที่สำคัญที่สุดอันดับสองของ ETH ในขณะที่เขาเขียนโค้ดการใช้งานทางเทคนิคครั้งแรกของ Ethereum ในภาษาการเขียนโปรแกรม C++ เสนอภาษาโปรแกรมภาษา Solidity ของ Ethereum และเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีคนแรกของ Ethereum Foundation ก่อนหน้า Ethereum Wood เป็นนักวิทยาศาสตร์การวิจัยที่ Microsoft หลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปก่อตั้งโครงการ Web3

ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum รายอื่นๆ ได้แก่ – Anthony Di Iorio ผู้รับผิดชอบโครงการในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา – Charles Hoskinsonผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งโครงการ Ethereum ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์และกรอบการทำงานทางกฎหมาย – Mihai Alisie ผู้ให้ความช่วยเหลือในการก่อตั้งโครงการ Ethereum – Joseph Lubin ผู้ประกอบการชาวแคนาดา ที่เหมือนกับ Di Iorio ได้ช่วยเหลือกองทุน Ethereum ในช่วงแรกๆ และต่อมาได้ก่อตั้งศูนย์บ่มเพาะสำหรับสตาร์ทอัพโดยใช้ ETH ที่เรียกว่า ConsenSys – Amir Chetrit ผู้ช่วยผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum แต่ก้าวออกจากการพัฒนาตั้งแต่เนิ่นๆ

Ethereum หรือ ETH มีหมุนเวียนอยู่กี่เหรียญ

ในเดือนกันยายน 2564 มีการหมุนเวียนเหรียญ ETH ประมาณ 117.5 ล้านเหรียญ โดย 72 ล้านเหรียญถูกออกในบล็อกการกำเนิด ซึ่งเป็นบล็อกแรกในบล็อกเชน Ethereum จาก 72 ล้านคนเหล่านี้ 60 ล้านคนได้รับการจัดสรรให้กับผู้มีส่วนร่วมเริ่มต้นในการขายฝูงชนในปี 2014 ที่ได้รับทุนสนับสนุนโครงการและ 12 ล้านคนได้รับเงินกองทุนเพื่อการพัฒนา

จำนวนเหรียญที่เหลือได้รับการออกในรูปแบบของรางวัลให้กับผู้ขุดบนเครือข่าย Ethereum รางวัลเดิมในปี 2015 คือ 5 ETH ต่อบล็อก ซึ่งต่อมาลดลงเหลือ 3 ETH ในปลายปี 2017 และลดลงเหลือ 2 ETH ในต้นปี 2019 เวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการขุดบล็อก Ethereum อยู่ที่ประมาณ 13-15 วินาที

ในการอัปเกรดเครือข่าย Ethereum ในเดือนสิงหาคมปี 2564 การฮาร์ดฟอร์คในลอนดอนมี Ethereum Improvement Protocol , EIP-1559 แทนที่จะใช้กลไกการใช้ผู้ชนะอันดับ 1 ซึ่งผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นผู้ชนะ EIP-1559 จะแนะนำ “ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน” สำหรับธุรกรรมที่จะรวมไว้ในบล็อกถัดไป ผู้ใช้ที่ต้องการจัดลำดับความสำคัญของธุรกรรมสามารถจ่าย “ทิป” หรือ “ค่าธรรมเนียมลำดับความสำคัญ” ให้กับนักขุดได้ เนื่องจากค่าธรรมเนียมพื้นฐานจะปรับเปลี่ยนแบบไดนามิกตามกิจกรรมการทำธุรกรรม ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของค่าธรรมเนียม Ethereum gas แม้ว่าจะไม่ได้ลดราคา ซึ่งถือว่าสูงอย่างฉาวโฉ่ในช่วงที่มีการจราจรคับคั่งในเครือข่ายสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเปิดตัว EIP-1559 ค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ใช้ในธุรกรรมจะถูกเผาทิ้ง ทำให้มีเหรียญ ETH ออกจากระบบหมุนเวียน ซึ่งหมายความว่าหากมีธุรกรรมที่สูงขึ้นในเครือข่าย จะนำไปสู่การเผา ETH ทิ้งมากขึ้น และอุปทานที่ลดลง นำไปสู่การแข็งค่าของราคา Ethereum สิ่งนี้มีศักยภาพที่จะทำให้ Ethereum เกิดภาวะเงินฝืด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ถือ ETH ต้องการอย่างแน่นอน ทำให้เกิดการแข็งค่าของราคา Ethereum ในปัจจุบัน

ความเสี่ยงของ Ethereum ที่มูลค่าลดลงได้

ความเสี่ยงของ Ethereum

ปัจจัยที่จะทำให้เหรียญ ETH มีมูลค่าลดลงได้นั้นส่วนใหญ่ก็คงจะมาจากปัญหาในเรื่องประสิทธิภาพ,ความน่าเชื่อถือ และการรักษาความเป็นผู้นำในการเป็น Platform สำหรับสร้าง Application บน Blockchain นั่นเอง ซึ่งมันก็เป็นข้อดีที่ระบบ Ethereum มีผู้ใช้งานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมาก็คือมีความล่าช้าในการประมวลผล

ราคาที่ผันผวน

หากเรานั่งดูกราฟราคาของ Ethereum นับตั้งแต่เปิดการซื้อ-ขาย ก็จะพบเลยว่าราคามีความผันผวนสูงมากไม่ต่างจากสกุลเงินดิจิทัลชนิดอื่นเลย เรื่องนี้จึงยังเป็นสิ่งที่หลายคนกังวล บวกกับการประเมินมูลค่าของเงินดิจิทัลก็ยังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และไม่มีใครประเมินได้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของ Ethereum ที่ควรจะเป็นคือเท่าไหร่กันแน่

ค่าธรรมเนียมสูง

เนื่องจากมีผู้ทำธุรกรรมจำนวนมาก ดังนั้นการประมวลผลเพื่อตรวจสอบแต่ละธุรกรรมจึงต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าใครยอมจ่ายค่าธรรมเนียม หรือที่เรียกว่า Gas fee ให้นักขุดแพงกว่า ก็จะได้รับการยืนยันให้ก่อน เปรียบเหมือนการประมูลแย่งกันทำธุรกรรม เลยทำให้ค่า Gas สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกคนยอมจ่ายเพื่อให้งานเดิน ส่วนคนที่ไม่จ่ายก็ต้องรอต่อไป โดยไม่รู้ว่าธุรกรรมของเราจะได้รับการยืนยันเมื่อไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนสิงหาคม 2564 Ethereum ได้อัปเกรดตัวเอง โดยสร้าง EIP-1559 ขึ้นมาเพื่อทำให้ค่า Gas ผันผวนน้อยลง ซึ่งต้องติดตามว่าจะแก้ปัญหานี้ได้มาก-น้อยแค่ไหน

ความสามารถในการรองรับธุรกรรมจำนวนมากๆ

แน่นอนว่ายิ่งมีคนใช้งานบนระบบของ Ethereum มากขึ้น ย่อมเป็นผลดีแน่นอน แต่ปัญหาคือ Ethereum จะมีศักยภาพรองรับคำสั่งที่พร้อมกันเป็นจำนวนมาก ๆ ได้ดีพอหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ก็เคยทำให้ระบบของ Ethereum เกิดปัญหามาแล้ว นำมาซึ่งการพัฒนาเป็น Ethereum 2.0 หรือ ETH2 เปลี่ยนจากการใช้กลไก Proof of Work มาเป็น Proof of Stake ช่วยให้ประมวลผลได้เร็วขึ้น โดยประหยัดพลังงานมากกว่า และสามารถยืนยันธุรกรรมได้เร็วกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ Ethereum 2.0 ยังอยู่ในช่วงพัฒนาระบบ

ยังไม่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

แม้ในประเทศไทยจะมีศูนย์ซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) คอยควบคุมดูแลอยู่ แต่ถ้าพูดถึงการนำสกุลเงินดิจิทัลไปใช้จริง ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ โดยธนาคารแห่งประเทศไม่สนับสนุนให้ใช้คริปโตมาชำระเงินในกฎหมาย เนื่องจากมองว่าสกุลเงินดิจิทัลมีราคาผันผวน มีความเสี่ยงด้านไซเบอร์ และอาจถูกใช้ในการฟอกเงินได้ นำมาซึ่งการจัดทำโครงการซีบีดีซี (CBDC : Central Bank Digital Currency) คือ สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางแต่ละประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้เงินดิจิทัลในอนาคต

อีกความเสี่ยงนึงของ Ethereum ก็คือในปัจจุบันเริ่มมี Platform คู่แข่งถูกพัฒนาขึ้นมาโดยพยามจะนำปัญหาของ Ethereum มาวิเคราะห์และทำให้ดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคู่แข่งเหล่านั้นสามารถทำระบบของตัวเองได้ดีกว่า Ethereum และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ลูกค้าและผู้ใช้งานก็จะพากันย้ายไปใช้ระบบที่ดีกว่าเหล่านั้น ซึ่งอาจมีผลทำให้ราคาของเหรียญ Ether ตกลงมาอย่างแน่นอน

Ethereum กับ Bitcoin แตกต่างกันอย่างไร

Ethereum กับ Bitcoin แตกต่างกันอย่างไร

ข้อแตกต่างที่สำคัญประการหนึ่งระหว่างของ Ethereum กับ Bitcoin ก็คือ Ethereum อุปทานทั้งหมดไม่ได้ถูกจำกัด นักพัฒนาของ Ethereum ให้เหตุผลโดยไม่ต้องการมี “งบประมาณความปลอดภัยคงที่” สำหรับเครือข่าย ความสามารถในการปรับอัตราการออกของ ETH ผ่านฉันทามติช่วยให้เครือข่ายสามารถรักษาการออกขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ

ระบบของ Bitcoin ใช้ได้กับเรื่องของ คริปโตเคอเรนซี่ หรือ การทำธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น แต่ Ethereum เปิดกว้างมากกว่านั้น ก็คือเรื่องของ Decentralized Application นอกจากนี้อีกจุดเด่นที่ Ethereum นั้นทำได้มากกว่า Bitcoin ก็คือ ระบบสัญญาอัจฉริยะ หรือ Smart Contact โดย Smart Contact คือการทำสัญญา หรือดำเนินการทำข้อตกลงต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่าง รัฐบาล ธนาคาร หรือ ทนาย เป็นต้น ซึ่งสัญญาต่าง ๆ ที่เคยเป็นกระดาษเหมือนในปัจจุบัน จะมาอยู่ในรูปของ Code หรือ ภาษาคอมพิวเตอร์ และนำไปไว้บนระบบ Blockchain

จุดนี้เองทำให้เราสามารถสร้างแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ไม่ต้องมีตัวกลางขึ้นมาบนเครือข่าย Ethereum ได้อีกชั้นหนึ่ง โดยเรียกแอปฯ เหล่านี้ว่า “Decentralized Application” หรือ “Dapps” ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบันอย่าง DeFi จึงช่วยให้ Ethereum มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ต่างจาก Bitcoin ที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว

สามารถซื้อ Ethereum (ETH) ได้ที่ไหนบ้าง

Ethereum นั้นเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจาก Bitcoin จึงสามารถที่จะซื้อ Ethereum หรือใช้คู่ซื้อขาย ETH ในการแลกเปลี่ยนเหรียญได้บนเว็บเทรดคริปโตเกือบทั้งหมด เช่น

  • Binance
  • Coinbase Pro
  • OKEx
  • คราเคน
  • Huobi Global

Decentralized finance

  • Uniswap
  • Curve
  • AAVE
  • Balancer

Ethereum 2.0 คืออะไร

ข้อมูลภาพจาก bitcoinaddict.org

Ethereum เตรียมอัปเกรดตนเองเป็น Ethereum 2.0 เนื่องจากเครือข่ายของ Ethereum ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานเรียกได้ว่ามหาศาลเลยทีเดียว ทำให้ระบบการทำงานของ Ethereum เองเริ่มมีปัญหาในเรื่องของความรวดเร็วในการประมวลผลและค่าธรรมเนียมที่สูงเป็นพิเศษ ทำให้ผู้สร้าง Ethereum เล็งพัฒนาระบบเป็น Ethereum 2.0

Ethereum 2.0 จะเปลี่ยนจากการขุดเหรียญ (Proof-of-work) มาใช้ระบบ “Proof-of-Stake” หรือเรียกว่า เป็นระบบการวางเงินค้ำประกันเพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้ยืนยันการทำธุรกรรม โดยกระบวนการเลือกผู้ยืนยันธุรกรรมนั้นจะเลือกจากผู้ที่มีเหรียญ Ether ในขั้นต่ำ 32 ETH เพื่อให้ตนได้เข้าไปอยู่ในเครือข่ายของผู้ยืนยันธุรกรรม (Validator) บนบล็อกเชน

หากพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ “เปรียบเสมือนเป็นเงินค้ำประกัน” ในการบันทึกธุรกรรม ยิ่งมีเงินค้ำประกันมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะถูกเลือกให้เป็นผู้ยืนยันการทำธุรกรรม และได้รับค่าตอบแทนจากการยืนยัน เสมือนกับการขุด โดยที่ไม่ต้องแย่งกันขุดเหมือนกับวิธี Proof-of-Work ที่ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล แต่การอัปเกรดนั้นไม่ได้ทำได้ง่ายๆ โดย Vitalik Buterin ผู้สร้าง Ethereum ได้วางแผนการอัพเกรด Ethereum 2.0 ไว้ทั้งหมด 4 Phase ด้วยกันคือ Phase 0, 1, 2 และ 3

  • Phase 0 ถูกเปิดตัวออกมาในวันที่ 1 ธันวาคม 2020 โดยยังไม่ได้เปิดให้มีการประมวลผลธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น สามารถทำได้เพียงฝากเงิน ที่ 32 ETH หรือราว 4 แสนบาท และจะไม่สามารถถอนได้จนกว่า Phase 1 จะเสร็จสมบูรณ์
  • Phase 1 และ Phase 2 นั้นคาดการณ์ไว้ว่าจะเสร็จภายในปี 2021 โดยที่ Phase 1 นั้นสามารถเริ่มทำการประมวลผลยืนยันธุรกรรมต่างๆ และได้รับค่าตอบแทนเสมือนการขุดเหรียญ ในส่วนของ Phase 2 จะเป็นการปรับเปลี่ยน Ethereum Chain 1.0 มาเป็น EthereumChain 2.0 แบบไร้รอยต่อ
  • และสุดท้าย Phase 3 เป็น Phase ที่ระบบ Ethereum 2.0 เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2022 นั้นเอง

เมื่อ Ethereum 2.0 เปิดตัวใช้งานอย่างเสร็จสมบูรณ์ แน่นอนว่าความต้องการ ETH จะต้องเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากคนต้องการนำ ETH ไปใช้เป็นเงินค้ำประกันในการทำการบันทึกธุรกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทน ทำให้มีโอกาสที่ ETH จะมีมูลค่าพุ่งสูงมากยิ่งขึ้นในอนาคต

cryptoyieldfarm มือใหม่ฟาร์มเหรียญ

หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนไหนมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหรือบทความที่ลงมีข้อมูลผิดไม่ถูกต้อง อยากให้แก้ไขส่วนใด สามารถเข้ามาพูดคุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Group มือใหม่ฟาร์มเหรียญ กันครับ

🔥 ขอชี้แจงว่า!!! ทุกบทความที่เว็บไซต์ทำขึ้นนั้นไม่ใช่การชี้นำการลงทุนและชักจูง ทางเว็บไซต์ทำมาเพื่อเรียนรู้วิธีการ มุมมองของผู้เขียนเอง อาจมีข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อนๆจึงควรหาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลายๆแหล่ง แต่จะพยายามทำออกมาให้ได้ความรู้ ความปลอดภัยมากที่สุด ท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามกันนะครับ