Binance Saving ทางเลือกการรับดอกเบี้ยของ Cryptocurrency

Binance Saving ทางเลือกการรับดอกเบี้ยของ Cryptocurrency

หากคุณกำลังจะเข้ามาสร้างผลกำไรจากการฟาร์มเหรียญหรือเทรดเดอร์ Binance Saving ทางเลือกในการทำรายได้แบบ Passive income ในพื้นที่ของ cryptocurrency ที่จะช่วยให้เราเพิ่มจำนวนเงินดิจิตอลได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเว็บเทรด Binance ได้รองรับการปล่อยกู้เหรียญต่างๆ มากมาย โดยในบทความนี้ เราจะพูดวิธีการปล่อยกู้บน Binance ว่าเป็นอย่างไร และทำไมถึงไร้ความเสี่ยง

Binance Saving คืออะไร และทำงานอย่างไร

Binance Saving หรือ Lending คือระบบที่จะช่วยให้เราเพิ่มมูลค่าเงินดิจิตอลในพอร์ตได้อย่างง่ายดาย ด้วยการรับดอกเบี้ยปันผลจากเงินทุนของเราเอง โดยการนำสินทรัพย์ของเราไปปล่อยกู้ให้กับนักลงทุนคนอื่น และพวกเขาจะจ่ายดอกเบี้ยให้เราเพื่อเป็นการตอบแทนการยืมเงิน โดยมีเหรียญ Crypto ให้เลือกในการปล่อยกู้จำนวนมากมายไม่ว่าจะเป็น Bitcoin (BTC) , Ethereum (ETH), Binance USD (BUSD) , Tether (USDT), USD Coin (USDC) และอีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีขายในเว็บเทรดของไทย โดยแต่ละเหรียญ ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยปันผลที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในช่วงนั้นๆ โดยให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 7% ต่อปี ณ วันที่เขียนบทความ

Binance Saving แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Locked Saving และ Flexible Saving มีความแตกต่างดังนี้

Flexible Saving

Flexible Saving เป็นเงินฝากที่คุณจะสามารถถอนได้ตลอดเวลา และจะมีการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตลอดเวลาด้วยเช่นกัน ซึ่งหากคุณต้องการถอนเงินในวันนั้น คุณจะมีตัวเลือกระหว่าง

  • Fast redemption คุณจะได้รับเงินกลับคืนทันที แต่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยในวันนั้น
  • Standard redemption คุณจะได้รับเงินคืนในวันถัดไปพร้อมดอกเบี้ย

การฝากประเภทนี้จะสามารถตั้งค่า Auto subscription เพื่อนำเหรียญไปฝากใน Flexible saving โดยอัตโนมัติ (นำดอกเบี้ยที่ได้ไปทบต้นให้อัตโนมัติ)

Locked Saving

Locked Saving เป็นการฝากเหรียญเอาไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 7 วัน 14 วัน 30 วัน จนถึง 90 วัน และเมื่อครบตามระยะเวลา คุณก็จะได้เงินทุนกลับคืนพร้อมกับดอกเบี้ยที่มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า โดยจะมีการกำหนดเพดานสูงสุดที่สามารถฝากได้เอาไว้ด้วย โดยอัตราดอกเบี้ยปันผลที่แสดงเป็นตัวเลขสีเขียวคือ % ปันผลต่อปีมากขึ้นตามระยะเวลาที่เราฝากเหรียญเอาไว้

ขั้นตอนการฝาก Binance Saving

  1. เข้าสู่บัญชี Binance ของคุณ จากนั้นที่ด้านบนของจอให้คลิกไปที่ Finance > Saving
  2. จากนั้นก็เลือกเหรียญที่คุณต้องการจะปล่อยกู้ รวมถึงเลือกประเภทให้เรียบร้อย
  3. จากนั้นคลิก Transfer confirmed และใส่จำนวนที่ต้องการลงไป และคลิกยืนยัน เป็นอันเสร็จ

Binance Staking

Binance ได้เปิดบริการให้ผู้ใช้งานสามารถนำเหรียญมาร่วม Staking ลดความยุ่งยาก ไม่มีค่าธรรมเนียมในการใช้งาน และได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  1. Locked staking เป็นการนำเหรียญไปล็อคเพื่อรับผลตอบแทนเป็นช่วงเวลาหนึ่ง 30,60 และ 90 วัน ในระหว่างนี้ผู้ใช้งานจะไม่สามารถจะถอนหรือทำการซื้อขายได้ตลอดระยะเวลาที่ล็อค เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการถือเหรียญไว้ระยะยาวและได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า ปัจจุบันมีรายการเหรียญที่สามารถเข้าร่วมได้มากกว่า 50 รายการ ข้อดีของการเลือก Stake แบบนี้คือเราจะได้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงแต่ในทางกลับกันการนำเหรียญของเราไปล็อคไว้ราคาของเหรียญนั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสูงในบางช่วงซึ่งเราจะไม่สามารถนำเหรียญออกมาขายได้จนกว่าจะหมด period ที่เราเลือกไว้
  2. DeFi staking เป็นบริการทางการเงินอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ใช้งาน Binance ให้สามารถเข้าร่วม Defi Mining ผ่าน Smart contract ซึ่งทาง Binance ได้คัดเลือกโครงการที่มีความปลอดภัย และให้ผลตอบแทนสูงสำหรับผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมและขั้นตอนการทำธุรกรรม อย่างไรก็ตาม Binance จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจาการใช้งานรูปแบบนี้
ความแตกต่างระหว่าง Binance Saving vs Binance Staking

Binance Saving และ Staking ก็เป็นอีกทางเลือกที่เพื่อนๆสามารถสร้างผลตอบแทนแบบ Passive income โดยไม่ต้องเทรด อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเภทมีผลตอบแทน ความเสี่ยง และความยืดหยุ่นที่ต่างกัน

📌 10 Checklist เลือกฟาร์มให้ปลอดภัยจาก Flash loan และ rug pull
📌 Crypto Yiled Farm และสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆภายในเว็บไซต์

หากเพื่อนๆมีข้อสงสัยส่วนไหนจะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหรือบทความที่ลงมีข้อผิดพลาด รบกวนเพื่อนๆสามารถเข้ามาพูดคุยเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page มือใหม่ฟาร์มเหรียญ กันครับ จะ Inbox หรือ หน้าเพจก็สะดวกครับ

ขอชี้แจงว่า!!! บทความที่ทำขึ้นนั้นไม่ใช่การชี้นำการลงทุนและชักจูง ทางเว็บไซต์ทำมาเพื่อให้เรียนรู้วิธีการ มุมมอง พยายามทำออกมาให้ได้ความรู้และความปลอดภัยให้มากที่สุด